ผมเป็นอีกคนหนึ่งที่เหมือนคนทั่วไป “กุหลาบ ช็อคโกแลต คำบอก รัก"
สามสิ่งนี้ต้องเวียนเข้ามาหาชีวิตผม เพื่อให้คนคนหนึ่งใน ทุก ๆ ปีของวันนี้
ก่อนวันที่ 14 กุมภาพันธ์
ผมเดินออกจากบ้านในมือมีผ้าเช็ดหน้าสีชมพูที่ต้องการเอาให้แฟนของผม
เธอเป็นหญิงสวยมาก เป็นดาวคณะของมหาลัยของเรา ก่อนผมจะออกไปพบเธอ
เธอโทรมาหาผม ผมจึงวางผ้าเช็ดหน้าที่ผมบรรจงพับไว้บนโต๊ะ หลังจากการพร่ำ
บอกรักกันด้วยถ้อยคำหวานหู เป็นเวลานานทีเดียวผมปรี่ออกจากบ้านไปหาเธอ
โดยไม่ลืม ผ้าเช็ดหน้าผืนนั้น แต่แล้ว!! ผมก็เห็นพ่อของผมถือมันออกมาในผ้าผืนนั้น
มีรอยเลือด "พ่อ ทำอะไรหนะ" ผมโพล่งถามด้วยความโมโห พ่อหน้าซีดทันที
" X เหมียวหนะ มันโดนกัด พ่อเลยเอาผ้าไปเช็ดเลือด"
"พ่อรู้ไหม ผมกำลังจะเอาไปให้แฟน"
พ่อเงียบ . . . ผมเกลียดจริงๆ เวลาพ่อ เงียบเมื่อจนกับปัญหา ความโหโห
สั่งผมให้ทำได้ แม้กระทั่งจะตบหน้าพ่อ พ่อเบือนหน้า
"พ่อขอโทษ มานี่ . . . " พ่อยื่นมือมารับผ้าเช็ดหน้า
"พ่อจะเอาไปซักให้เอง” ผมงอนพ่อถึงกับไม่ยอมคุยกับพ่อเป็นเวลานานพอควร
ไม่ยอมลงจากบ้าน เป็นเวลาเกือบทั้งสองวันที่ผมไม่เจอหน้าใครหมกตัวอยู่กับห้อง
มีเพียงแม่เท่านั้น ที่คอยส่งข้าวให้ผม ยามเมื่อผมมองตาแม่ครั้งใดทุกครั้ง
ดวงตาแม่จะแดงปรี่ ด้วยน้ำตา ผมเริ่มรู้สึกว่า บางทีผมอาจจะทำเกินไป. . .
14 กุมภาพันธ์ ตั้งแต่ครั้งที่ผมเห็นแม่เสียใจ ผมก็รู้สึกว่าผมทำอะไรผิดไปหรือเปล่า
ผมยอมออก มาจากห้อง ผมไม่เห็นพ่อ เดินออกมาที่บริเวณลานซักผ้า กาละมังยังมี
ผ้าที่ยังไม่ซัก หลายผืน ข้างๆ มีกองเลือดอยู่และที่ราวตากผ้ามี ผ้าเช็ดหน้าของผม
ถึงจะล้างรอยเลือด ไม่หมด ก็ยังดีที่พ่อยังห่วงใยผม ยังแคร์ผมอยู่
"พ่อ ผมอยากขอโทษครับ" พอผมหันหน้าจะกลับเข้าบ้านก็พบกับแม่
แม่ร้องไห้มาแต่ไกล แม่วิ่งมากอดผม "พ่อเสียแล้วนะ"
ผมอึ้ง!! แม่ลำดับเหตุการณ์ และทำให้ผมทราบว่า พ่อป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจ
ติดเชื้อรอยเลือดที่เห็นนั้นคือเลือดที่พ่อจามออกมา พ่อมองไม่เห็น
"พ่อกำชับแม่มาตอนที่ลูกโกรธว่า อย่าบอกลูกเด็ดขาดว่าพ่อป่วย "
"ทำไมล่ะ ครับ"
"พ่อกลัวเราจะเสียใจ แล้วไม่ได้ออกไปเที่ยวกับแฟน"
ผมอึ้งเป็นครั้งที่สอง! "พ่อบอกแม่ด้วยว่า ถ้าพ่อเสียวันนี้ อย่าเพิ่งบอกลูก
ให้ลูกไปเที่ยวกับแฟนก่อน พ่อไม่อยากให้ลูกเป็นทุกข์ พลาดโอกาสอย่างนี้
เพราะพ่อคนเดียว พ่อบอกด้วยว่าพ่อซักผ้าเช็ดหน้าให้แล้ว มันไม่สะอาดหรอก
แต่พ่อบอกว่าพ่อของลูกทำดีที่สุดแล้ว" ผมกอดแม่ร้องไห้วันนี้จะเป็น
วันวาเลนไทน์ที่อยู่ในความทรงจำตลอดไป "พ่อครับ ผมขอโทษ .
งานวิชาอินเตอร์เน็ต
ปฏิทินของผม
รูปของผมอัลบั้ม1
รูปของผมอัลบั้ม2
รูของผมอัลบั้ม3
รูปใหม่
ขำๆๆ
วันอาทิตย์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
วันปีใหม่

Dino-Lite กล้องจุลทรรศน์พกพา รางวัลยอดเยี่ยมโลก
ความเป็นมา
ในอดีต วันขึ้นปีใหม่ของไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงมาแล้ว 4 ครั้งคือ ครั้งแรกถือเอาวันแรม 1 ค่ำ เดือนอ้าย เป็นวันขึ้นปีใหม่ซึ่ง ตรงกับเดือนมกราคม ครั้งที่ 2 กำหนดให้วันขึ้นปีใหม่ตรงกับวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 ตามคติพราหมณ์ ซึ่งตรงกับเดือนเมษายน
การกำหนดวันขึ้นปีใหม่ใน 2 ครั้งนี้ ถือเอาทางจันทรคติเป็นหลัก ต่อมาได้ถือเอาทางสุริยคติแทน โดยกำหนดให้วันที่ 1 เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่ ตั้งแต่ พ.ศ.2432 เป็นต้นมา
อย่างไรก็ตาม ประชาชนส่วนใหญ่โดยเฉพาะตามชนบทยังคงยึดถือเอาวันสงกรานต์เป็นวันขึ้นปีใหม่อยู่ ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นระบอบประชาธิปไตย ทางราชการเห็นว่าวันขึ้นปีใหม่วันที่ 1 เมษายน ไม่สู้จะมีการรื่นเริงอะไรมากนัก สมควรที่จะฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ จึงได้ประกาศให้มีงานรื่นเริงวันขึ้นปีใหม่ในวันที่ 1 เมษายน 2477 ขึ้นในกรุงเทพฯเป็นครั้งแรก

การจัดงานวันขึ้นปีใหม่ที่ได้เริ่มเมื่อวันที่ 1 เมษายน ได้แพร่หลายออกไปต่างจังหวัดในปีต่อๆ มา และในปี พ.ศ.2479 ก็ได้มีการจัดงานรื่นเริงปีใหม่ทั่วทุกจังหวัด วันขึ้นปีใหม่วันที่ 1 เมษายน ในสมัยนั้นทางราชการเรียกว่า วันตรุษสงกรานต์
ต่อมาได้มีการพิจารณาเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่อีกครั้งหนึ่ง โดยคณะรัฐมนตรีได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้น ซึ่งมีหลวงวิจิตรวาทการเป็นประธานกรรมการ ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้เปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่เป็นวันที่ 1 มกราคม โดยกำหนดให้วันที่ 1 มกราคม 2484 เป็น วันขึ้นปีใหม่เป็นต้นไป
ชีวิตก็คือสื่งที่เราสร้างด้วยตัวเราเอง
ยังมีช่างไม้สูงอายุคนหนึ่งต้องการจะเกษียณตัวเอง
ก็เลยบอกความต้องการดังกล่าวกับนายจ้าง
เกี่ยวความต้องการที่จะเกษียณและใช้ชีวิตที่หรูหรากับภรรยา
ซึ่งช่างไม้ก็บอกว่าเขาอาจจะเสียดายค่าจ้างที่จะได้รับ
แต่เขาก็ต้องการที่จะเกษียณ
นายจ้างก็บ่นเสียดายที่จะต้องสูญเสียช่างฝีมือดีไป
แต่ก็ได้ขอร้องให้ช่างคนนี้ช่วยสร้างบ้านให้อีกสัก 1 หลัง
ช่างไม้ผู้นั้นก็ตอบตกลง
ครั้นพอบ้านสร้างเสร็จก็พบว่า
มันไม่ใช่งานที่เป็นฝีมือของช่างคนนี้เลยแม้แต่น้อย
งานที่ออกมาก็เป็นงานแค่เปลือกนอก (จอมปลอม)
วัตถุดิบที่ใช้ก็ด้อยคุณภาพ
มันช่างเป็นการจบชีวิตช่างฝีมือดีที่ไม่สวยหรูเลย
และเมื่อนายจ้างสำรวจงานชิ้นนี้ของช่างผู้นี้
นายจ้างก็ได้ยื่นกุญแจให้แล้วบอกกับช่างไม้ว่า
"นี่คือบ้านของคุณ .......ผมขอมอบให้คุณเป็นของขวัญ"
เมื่อช่างไม้ได้ยินเช่นนั้น ถึงกับตกใจและอุทานกับตัวเองว่า
น่าละอายจริงๆ ถ้าเขารู้สักนิดว่ากำลังสร้างบ้านของตัวเองอยู่
เขาก็คงตั้งใจสร้างให้ดีกว่านี้
ข้อคิดสะกิดใจ เช่นเดียวกับพวกเราที่กำลังสร้างชีวิตของตัวเราเอง
ด้วยการสั่งสมสิ่งต่างๆ วันละเล็กวันละน้อย
และบ่อยครั้งที่เราไม่ได้ใช้ความพยายามอย่างที่สุด
ในการสรรค์สร้างชีวิตของตนเอง และเมื่อวันๆ หนึ่งมาถึง
เราก็จะตระหนักว่า
เราต้องใช้ชีวิตอยู่กับทุกสิ่งทุกอย่างที่เราเป็นผู้สร้างขึ้นมาทั้งหมด
และเมื่อถึงวันนั้น เรามักจะพูดเสมอว่าถ้าเราสามารถกลับไปได้
เราจะทำทุกอย่างให้ดีขึ้น แต่ความจริงหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ .....
เพราะพวกเราทุกคนก็คือช่างไม้ ในทุกๆ วัน พวกเรากำลังตอกตะปู ปูกระดาน
หรือแม้แต่กำลังเลือกกำแพงให้กับชีวิตตัวเอง ดังคำพูดที่ว่า
"ชีวิตก็คือสิ่งที่เราสร้างด้วยตัวเราเอง"
ทัศนคติ และ ทางเลือกต่างๆ ที่พวกเราได้เลือกกันในวันนี้
ก็เสมือนกับการสร้าง "บ้าน" (ชีวิต)
ที่เราจะต้องอยู่กับมันให้กับตัวเอง .......
ดังนั้นจงสร้างบ้านด้วยความฉลาด และจงจำไว้ว่า
"จงทำงานเหมือนกับว่าเราไม่ต้องการเงินทอง
จงรักราวกับว่าเราไม่เคยเจ็บ
จงเต้น (ร่าเริง) ราวกับว่าไม่มีใครจ้องมองอยู่"
ก็เลยบอกความต้องการดังกล่าวกับนายจ้าง
เกี่ยวความต้องการที่จะเกษียณและใช้ชีวิตที่หรูหรากับภรรยา
ซึ่งช่างไม้ก็บอกว่าเขาอาจจะเสียดายค่าจ้างที่จะได้รับ
แต่เขาก็ต้องการที่จะเกษียณ
นายจ้างก็บ่นเสียดายที่จะต้องสูญเสียช่างฝีมือดีไป
แต่ก็ได้ขอร้องให้ช่างคนนี้ช่วยสร้างบ้านให้อีกสัก 1 หลัง
ช่างไม้ผู้นั้นก็ตอบตกลง
ครั้นพอบ้านสร้างเสร็จก็พบว่า
มันไม่ใช่งานที่เป็นฝีมือของช่างคนนี้เลยแม้แต่น้อย
งานที่ออกมาก็เป็นงานแค่เปลือกนอก (จอมปลอม)
วัตถุดิบที่ใช้ก็ด้อยคุณภาพ
มันช่างเป็นการจบชีวิตช่างฝีมือดีที่ไม่สวยหรูเลย
และเมื่อนายจ้างสำรวจงานชิ้นนี้ของช่างผู้นี้
นายจ้างก็ได้ยื่นกุญแจให้แล้วบอกกับช่างไม้ว่า
"นี่คือบ้านของคุณ .......ผมขอมอบให้คุณเป็นของขวัญ"
เมื่อช่างไม้ได้ยินเช่นนั้น ถึงกับตกใจและอุทานกับตัวเองว่า
น่าละอายจริงๆ ถ้าเขารู้สักนิดว่ากำลังสร้างบ้านของตัวเองอยู่
เขาก็คงตั้งใจสร้างให้ดีกว่านี้
ข้อคิดสะกิดใจ เช่นเดียวกับพวกเราที่กำลังสร้างชีวิตของตัวเราเอง
ด้วยการสั่งสมสิ่งต่างๆ วันละเล็กวันละน้อย
และบ่อยครั้งที่เราไม่ได้ใช้ความพยายามอย่างที่สุด
ในการสรรค์สร้างชีวิตของตนเอง และเมื่อวันๆ หนึ่งมาถึง
เราก็จะตระหนักว่า
เราต้องใช้ชีวิตอยู่กับทุกสิ่งทุกอย่างที่เราเป็นผู้สร้างขึ้นมาทั้งหมด
และเมื่อถึงวันนั้น เรามักจะพูดเสมอว่าถ้าเราสามารถกลับไปได้
เราจะทำทุกอย่างให้ดีขึ้น แต่ความจริงหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ .....
เพราะพวกเราทุกคนก็คือช่างไม้ ในทุกๆ วัน พวกเรากำลังตอกตะปู ปูกระดาน
หรือแม้แต่กำลังเลือกกำแพงให้กับชีวิตตัวเอง ดังคำพูดที่ว่า
"ชีวิตก็คือสิ่งที่เราสร้างด้วยตัวเราเอง"
ทัศนคติ และ ทางเลือกต่างๆ ที่พวกเราได้เลือกกันในวันนี้
ก็เสมือนกับการสร้าง "บ้าน" (ชีวิต)
ที่เราจะต้องอยู่กับมันให้กับตัวเอง .......
ดังนั้นจงสร้างบ้านด้วยความฉลาด และจงจำไว้ว่า
"จงทำงานเหมือนกับว่าเราไม่ต้องการเงินทอง
จงรักราวกับว่าเราไม่เคยเจ็บ
จงเต้น (ร่าเริง) ราวกับว่าไม่มีใครจ้องมองอยู่"
อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมป่าชายเลน
บทความอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
เรื่อง การอนุรักษ์ป่าชายเลน
ป่าชายเลนเป้นป่าไม้ที่มีระบบนิเวศอันอุดมสมบูรณ์มากที่สุดและยังเป็นที่อยู่อาศัยของพืช สัตว์น้ำ และเป็นแหล่งประกอบอาชีพของชาวประมงหรือชาวบ้านในแถบระแวกนั้นๆ ป่าชายเลนมีต้นไม้หลากหลายชนิดขึ้นปะปนกันอยู่มากมาย เช่น ป่าจาก ป่าแสม ป่าโกงกาง ป่าลำพู รังกะแท้ โปรง ฝาด เป้ง เรามักพบป่าจากอยู่ริมฝั่งคลองที่เป็นน้ำกร่อยบริเวณปากแม่น้ำ ต้นแสมมีลักษณะเช่นเดียวกับไม้โกงกางขึ้นอยู่บริเวณริมฝั่งลำคลองเรียงตัวกันอย่างหนาแน่นมีรากอากาศโผล่พ้นผิวน้ำขึ้นมาจะเห็นได้ชัดเมื่อน้ำทะเลลดลง ป่าแสมและป่าโกงกางจะช่วยลดแรงพายุจากทะเลที่พัดเข้าสู่ฝั่งให้ลดความแรงลงได้
ปลากะรัง เป็นปลาทะเลที่อาศัยบริเวณป่าชายเลนเป็นแหล่งหาอาหาร ผสมพันธุ์ วางไข่ และเจริญเติบโตในจำนวนนี้มีปลาเศรษฐกิจที่สำคัญได้แก่ ปลากะรัง ปลากะพง เป็นต้น
การเพาะเลี้ยงปลาในกระชัง แหล่งน้ำในบริเวณป่าชายเลนมีแพลงค์ตอนที่อุดมสมบรูณ์ อันเนื่องมาจากดินตะกอนในบริเวณป่ามีแร่ธาตุมากและเป็นอาหารของสัตว์น้ำเราจึงสามารถเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในกระชังได้ผลดีและเป็นการประหยัดอาหารของสัตว์ด้วย การทำนากุ้ง กุ้งกุลาดำ กุ้งแช่บ๊วย เป็นสัตว์น้ำที่อาศัยอยู่ในป่าชายเลนตามธรรมชาติมาก่อน และในบางพื้นที่ของป่าชายเลนที่เสื่อมโทรมจึงสามารถนำมาทำนาเพาะเลี้ยงกุ้งเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจที่ทำรายได้เข้าประเทศปีละหลายพันล้านบาท กุ้งกุลาดำเป็นสัตว์น้ำที่พบได้บ่อยในบริเวณป่าชายเลนลูกกุ้งได้ใช้บริเวณป่าชายเลนเป็นที่หาอาหารและเจริญเติบโตและอพยพเคลื่อนย้ายที่อยู่ตามการขึ้นลงของน้ำทะเล
ปูทะเล เป็นปูเศรษฐกิจนิยมนำมาบริโภคเป็นอาหารมีถิ่นอาศัยอยู่ตามพื้นโคนไม้ในป่าชายเลนโดยการขุดรูหรือฝั่งตัวอยู่ตามพื้นโคลน แหล่งประมงเหตุที่ป่าชายเลนเป็นแหล่งอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรสัตว์น้ำจึงก่อให้เกิดอาชีพประมงขึ้นหลายอย่าง เช่น การใช้ลอบดักจับปูและปลา ถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าป่าชายเลนเป็นป่าดิบไม่ผลัดใบและเป็นที่อยู่อาศัยของชาวประมงที่มีอาชีพจับสัตว์น้ำบริเวณนั้นมักตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนอยู่ตามชายป่าริมน้ำโดยการตัดไม้โกงกางมาทำเล้า นำต้นจากมาทำหลังคาอย่างไรก็ตามป่าชายเลนถูกจัดเป็นป่าสงวนแห่งชาติราษฎรจึงไม่มีสิทธิ์ในที่ดินหรือครอบครองเป็นของตน ป่าที่ถูกรุกราน ประเทศชาติที่เจริญขึ้นทางวัตถุและเทคโนโลยีมากเท่าใดย่อมส่งผลกระทบต่อระบบสมดุลตามธรรมชาติมากเท่านั้น เช่น ป่าชายเลนบริเวณปากแม่น้ำมีถุงพลาสติกและขยะมากมายกองทับถมอยู่ในป่าสภาพป่าตามธรรมชาติจึงเปลี่ยนไปและแน่นอนย่อมส่งผลในอนาคตที่จะตามมาก็คือ ( ไม่มีป่า และไม่มีทรัพยากรสัตว์น้ำจากป่ชายเลนอีก
เราเห็นแล้วใช่ใหมว่ามนุษย์เราทำร้ายสิ่งแวดล้อมมากแค่ไหนด้วยนิสัยที่เห็นแก่ตัวนั้นเองเพราะฉะนั้นเราทุกคนจึงควรช่วยกันอนุรักษ์ป่าชายเลนโดยการไม่ทิ้งขยะ ไม่ตัดไม้ไม่ครอบครองไว้เป็นของตน (ป่าชายเลนเป็นของส่วนรวมไม่ใช่ของส่วนตัว)
เรื่อง การอนุรักษ์ป่าชายเลน
ป่าชายเลนเป้นป่าไม้ที่มีระบบนิเวศอันอุดมสมบูรณ์มากที่สุดและยังเป็นที่อยู่อาศัยของพืช สัตว์น้ำ และเป็นแหล่งประกอบอาชีพของชาวประมงหรือชาวบ้านในแถบระแวกนั้นๆ ป่าชายเลนมีต้นไม้หลากหลายชนิดขึ้นปะปนกันอยู่มากมาย เช่น ป่าจาก ป่าแสม ป่าโกงกาง ป่าลำพู รังกะแท้ โปรง ฝาด เป้ง เรามักพบป่าจากอยู่ริมฝั่งคลองที่เป็นน้ำกร่อยบริเวณปากแม่น้ำ ต้นแสมมีลักษณะเช่นเดียวกับไม้โกงกางขึ้นอยู่บริเวณริมฝั่งลำคลองเรียงตัวกันอย่างหนาแน่นมีรากอากาศโผล่พ้นผิวน้ำขึ้นมาจะเห็นได้ชัดเมื่อน้ำทะเลลดลง ป่าแสมและป่าโกงกางจะช่วยลดแรงพายุจากทะเลที่พัดเข้าสู่ฝั่งให้ลดความแรงลงได้
ปลากะรัง เป็นปลาทะเลที่อาศัยบริเวณป่าชายเลนเป็นแหล่งหาอาหาร ผสมพันธุ์ วางไข่ และเจริญเติบโตในจำนวนนี้มีปลาเศรษฐกิจที่สำคัญได้แก่ ปลากะรัง ปลากะพง เป็นต้น
การเพาะเลี้ยงปลาในกระชัง แหล่งน้ำในบริเวณป่าชายเลนมีแพลงค์ตอนที่อุดมสมบรูณ์ อันเนื่องมาจากดินตะกอนในบริเวณป่ามีแร่ธาตุมากและเป็นอาหารของสัตว์น้ำเราจึงสามารถเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในกระชังได้ผลดีและเป็นการประหยัดอาหารของสัตว์ด้วย การทำนากุ้ง กุ้งกุลาดำ กุ้งแช่บ๊วย เป็นสัตว์น้ำที่อาศัยอยู่ในป่าชายเลนตามธรรมชาติมาก่อน และในบางพื้นที่ของป่าชายเลนที่เสื่อมโทรมจึงสามารถนำมาทำนาเพาะเลี้ยงกุ้งเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจที่ทำรายได้เข้าประเทศปีละหลายพันล้านบาท กุ้งกุลาดำเป็นสัตว์น้ำที่พบได้บ่อยในบริเวณป่าชายเลนลูกกุ้งได้ใช้บริเวณป่าชายเลนเป็นที่หาอาหารและเจริญเติบโตและอพยพเคลื่อนย้ายที่อยู่ตามการขึ้นลงของน้ำทะเล
ปูทะเล เป็นปูเศรษฐกิจนิยมนำมาบริโภคเป็นอาหารมีถิ่นอาศัยอยู่ตามพื้นโคนไม้ในป่าชายเลนโดยการขุดรูหรือฝั่งตัวอยู่ตามพื้นโคลน แหล่งประมงเหตุที่ป่าชายเลนเป็นแหล่งอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรสัตว์น้ำจึงก่อให้เกิดอาชีพประมงขึ้นหลายอย่าง เช่น การใช้ลอบดักจับปูและปลา ถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าป่าชายเลนเป็นป่าดิบไม่ผลัดใบและเป็นที่อยู่อาศัยของชาวประมงที่มีอาชีพจับสัตว์น้ำบริเวณนั้นมักตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนอยู่ตามชายป่าริมน้ำโดยการตัดไม้โกงกางมาทำเล้า นำต้นจากมาทำหลังคาอย่างไรก็ตามป่าชายเลนถูกจัดเป็นป่าสงวนแห่งชาติราษฎรจึงไม่มีสิทธิ์ในที่ดินหรือครอบครองเป็นของตน ป่าที่ถูกรุกราน ประเทศชาติที่เจริญขึ้นทางวัตถุและเทคโนโลยีมากเท่าใดย่อมส่งผลกระทบต่อระบบสมดุลตามธรรมชาติมากเท่านั้น เช่น ป่าชายเลนบริเวณปากแม่น้ำมีถุงพลาสติกและขยะมากมายกองทับถมอยู่ในป่าสภาพป่าตามธรรมชาติจึงเปลี่ยนไปและแน่นอนย่อมส่งผลในอนาคตที่จะตามมาก็คือ ( ไม่มีป่า และไม่มีทรัพยากรสัตว์น้ำจากป่ชายเลนอีก
เราเห็นแล้วใช่ใหมว่ามนุษย์เราทำร้ายสิ่งแวดล้อมมากแค่ไหนด้วยนิสัยที่เห็นแก่ตัวนั้นเองเพราะฉะนั้นเราทุกคนจึงควรช่วยกันอนุรักษ์ป่าชายเลนโดยการไม่ทิ้งขยะ ไม่ตัดไม้ไม่ครอบครองไว้เป็นของตน (ป่าชายเลนเป็นของส่วนรวมไม่ใช่ของส่วนตัว)
น้ำตกทีลอซู
ชมความยิ่งใหญ่และสวยงามที่เหนือคำบรรยายของน้ำตกทีลอซู

ใครจะเชื่อว่าในอำเภอเล็กๆแห่งหนึ่งทางตอนเหนือของประเทศไทยจะมีน้ำตกที่แสนงดงามซ่อนอยู่ เป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่ติดอันดับที่ 6 ของเอเชียตั้งอยู่ น้ำตกนี้มีชื่อว่า น้ำตกทีลอซู ซึ่งตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ห่างจากที่ทำการเขตฯ 3 กิโลเมตร ทีลอซู เป็นภาษากะเหรี่ยง แปลว่า น้ำตกดำ มีลักษณะเป็นน้ำตกภูเขาหินปูนขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนความสูงจากระดับน้ำทะเล 900 เมตร เกิดจากลำห้วยกล้อท้อ ลำน้ำทั้งสายตกลงสู่หน้าผาสูงชัน มีน้ำไหลแรงตลอดปี ความกว้างของตัวน้ำตกประมาณ 500 เมตร ไหลลดหลั่นเป็นชั้น ๆ มีความสูงประมาณ 300 เมตร ล้อมรอบด้วยป่าดงดิบที่สมบูรณ์ น้ำตกนี้ซ่อนอยู่ในหลืบผาอันกว้างใหญ่ สายน้ำเกิดจากห้วยกล้อทอซึ่งมีแดนกำเนิดอยู่บนดอยผะวี แล้วไหลลงแม่น้ำแม่กลองที่ ต. แม่ละมุ้ง อ. อุ้มผาง
การดื่มสุรา
การดื่มสุรา
การดื่มสราเป็นปริมากมากจะให้ผลเสียต่อร่างกาย ทำให้เกิดโรคตับแข็ง มะเร็ง ความดันโลหิตสูง เลือดออกทางเดินอาหาร อุบัติเหตุ และยังมีแนวโน้มที่จะทำร้ายตัวเองและผู้อื่น ประเทศไทยได้ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่บริโภคสุราติดเป็นอันดับ 5 ของโลกผู้ที่จำหน่ายก็รวยติดอันดับโลก การดื่มสุราเป็นปริมาณน้อยจะทำให้อัตราการตายจากโรคต่างๆลดลง
คำแนะนำ
- เนื่องจากสุราให้พลังงาน และมีคุณค่าทางโภชนาการต่ำ ดังนั้นคนที่ดื่มสุรามักจะขาดสารอาหารและมีน้ำหนักเกิน
- การรับประทานสุราแต่พอควรโดยกำหนดให้ผู้หญิงดื่มไม่เกินวันละ 1 หน่วยสุรา ส่วนผู้ชายไม่เกิน 2 หน่วยสุรา
- เบียร์ไม่เกิน 360 ซีซี
- ไวน์ไม่เกิน 150 ซีซี
- สุราอื่นไม่เกิน 45 ซีซี
- คนบางจำพวกไม่ควรดื่มสุราได้แก่
- ผู้ที่ไม่สามารถควบคุมปริมาณสุราที่จะดื่ม
- หญิงวัยเจริญพันธุ์
- คนตั้งครรภ์
- ผู้ที่เลี้ยงลูกด้วยนมตัวเอง
- ผู้ที่รับประทานยา
- ผู้ที่ทำงานต้องใช้ทักษะหรือสมาธิ เช่นคนขับรถ
- ผู้ที่มีวัยกลางคนเมื่อสุราตามที่กำหนดจะมีอัตราการเกิดโรคหัวใจ และอัตราการเสียต่ำกว่าผู้ที่ไม่ดื่มสุรา
- ผู้ที่ดื่มสุราต้องรับประทานอาหารที่มีคุณภาพ ไม่สูบบุหรี่ รักษาน้ำหนักมิให้เกิน
- วัยรุ่นไม่ได้รับประโยชน์จากการดื่มสุรา
- ไม่แนะนำให้ดื่มสุราเพื่อเหตุผลทางสุขภาพ
สุขภาพ
แบบทดสอบตาบอดสี ได้ผลดีมากๆ
วันนี้คุณกินข้าวเช้าหรือยัง
10 health tips
ยิ่งนอนดึก ยิ่งเร่งวันตาย
10 วิธีในการคลายความเครียด
ภาวะสมองเสื่อม..กับไข่ไก่
มังคุดทำลายเซลล์มะเร็ง
ข้าวโพด
ระวัง! ตัวร้ายในสำนักงาน
ชา เป็น Healthy drink หรือเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพไปแล้ว
14 วิธีขับถ่ายปัสสาวะ เพื่อสุขภาพที่ดี
ย่างอาหารนาน 2 ชั่วโมงเท่ากับสูบบุหรี่ 200,000 กว่ามวน
"วิตามินซี" เพื่อสุขภาพ
นอนไม่หลับ 33 วิธีนี้ช่วยได้
ตากระตุก ไม่ใช่แค่ ขวาร้าย...ซ้ายดี
คำถามยอดฮิต ...ท้องแล้วมีเซ็กซ์ได้ไหม
อาหาร อันตราย สำหรับ สุนัข
พิษปลาปักเป้า & วิธีสังเกตเนื้อปลาปักเป้า
สัญญาณ 10 ประการที่ร่างกายคุณฟ้องว่าคุณทานอาหารไม่เหมาะสม
25 Healthy Tips อย่ามองข้ามเรื่องเล็ก (แต่ร้าย)
อาหาร 7 อย่างที่พึงเลี่ยงเมื่อท้องว่าง
อาหารว่าง 10 ชนิดที่ควรหลีกเลี่ยงมากที่สุด
นมวัว กับ นมถั่วเหลือง
อาหารต้องห้ามยามเป็นโรค
ตัวอย่างเครื่องปรุงอาหารไทยที่มีสรรพคุณทางยา
4 อาหารเลวที่ดีต่อร่างกายของคุณ
วิธีแก้ไขปัญหา "หน้ามันเยิ้ม"
ระแวดระวังภัย... โรคจากที่สาธารณะ
ความรู้เรื่องผ้าอนามัย คะ ถ้าใช้ไม่ดีมีสารเคมีเข้าจุดซ่อนเร้นได้นะ
อาหารช่วยลด คอเลสเตอรอล
กินอย่างไรไม่กระทบระบบย่อยอาหาร
หน้าเจ็ดหลังเจ็ด
29 สุดยอดอาหาร คงความอ่อนเยาว์
โรคยอดฮิต ความดันโลหิตสูง และ เบาหวาน
เมนูหลับสบาย คลายเครียด
เป็น " สิว "บอกอะไรได้มากกว่าที่คิด
How do you sleep?
ทุเรียน กินอย่างไรไม่อ้วน แถมเป็นยาถ่ายพยาธิชั้นยอด
brain
นาฬิกาชีวิต
วิธีธรรมชาติขจัดปัญหา ' นกเขาไม่ขัน'
เรื่องดีของ กล้วย
อาหารเสริมกับชีวิตปัจจุบัน
10 ปัญหาคาใจเกี่ยวกับการนอน
นอนแบบไหนหลับสบาย
10 เรื่องจริงของความงาม ที่คุณต้องรู้
ความรู้เล็กๆ เกี่ยวกับ แผลในช่องปาก หรือ ร้อนใน
ข้อควรกระจ่างในการบริจาคเลือด
10 เคล็ดเด็ดรักษาเชพช่ว่งปาร์ตี้ชุก
ฝึกสมองไบรท์ด้วย 9 เทคนิค
ผิวแห้ง คัน ในหน้าหนาว ตัวเลือก
สารอาหารที่ร่างกายต้องการเมื่อมีความเครียด
กินดี อยู่ดี มีประโยชน์ต่อชีวิต
เช็คสุขภาพจิตกันดีกว่า
10 ผลไม้ไทยที่มีสารต้านมะเร็งสูง
10 วิธีหนีร่างกายเสียสมดุล
เพื่อสุขภาพ ตัวเลือก
ผิวแบบไหน...ดูแลอย่างไร
การป้องกันโรคมะเร็ง
วิธีการทดสอบน้ำผึ้งแท้หรือปลอม
อาหารง่ายๆ ที่ช่วยเพิ่มพลังทางเพศ
มารู้จักยาทากันยุงกันดีกว่า
จุดซ่อนเร้น เรื่องลึ้ก! ลึก …แต่ไม่ลับ
ล้างพิษใน 1 วัน..ที่คุณทำเองได้
เตือนห่วงสุขภาพตับ งดกินพาราฯควบกาแฟ
สูตรแก้แฮงค์นำมาฝากสำหรับนักดื่ม
เวลากินยาก่อนหรือหลังอาหารมีความสำคัญเพียงใด
ใครอยากลด....คลอเรสเตอรอล...บ้าง ?
มือ..บอกสุขภาพ
10 พฤติกรรมที่ทำให้สมองฝ่อเร็ว
วันนี้คุณกินข้าวเช้าหรือยัง
10 health tips
ยิ่งนอนดึก ยิ่งเร่งวันตาย
10 วิธีในการคลายความเครียด
ภาวะสมองเสื่อม..กับไข่ไก่
มังคุดทำลายเซลล์มะเร็ง
ข้าวโพด
ระวัง! ตัวร้ายในสำนักงาน
ชา เป็น Healthy drink หรือเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพไปแล้ว
14 วิธีขับถ่ายปัสสาวะ เพื่อสุขภาพที่ดี
ย่างอาหารนาน 2 ชั่วโมงเท่ากับสูบบุหรี่ 200,000 กว่ามวน
"วิตามินซี" เพื่อสุขภาพ
นอนไม่หลับ 33 วิธีนี้ช่วยได้
ตากระตุก ไม่ใช่แค่ ขวาร้าย...ซ้ายดี
คำถามยอดฮิต ...ท้องแล้วมีเซ็กซ์ได้ไหม
อาหาร อันตราย สำหรับ สุนัข
พิษปลาปักเป้า & วิธีสังเกตเนื้อปลาปักเป้า
สัญญาณ 10 ประการที่ร่างกายคุณฟ้องว่าคุณทานอาหารไม่เหมาะสม
25 Healthy Tips อย่ามองข้ามเรื่องเล็ก (แต่ร้าย)
อาหาร 7 อย่างที่พึงเลี่ยงเมื่อท้องว่าง
อาหารว่าง 10 ชนิดที่ควรหลีกเลี่ยงมากที่สุด
นมวัว กับ นมถั่วเหลือง
อาหารต้องห้ามยามเป็นโรค
ตัวอย่างเครื่องปรุงอาหารไทยที่มีสรรพคุณทางยา
4 อาหารเลวที่ดีต่อร่างกายของคุณ
วิธีแก้ไขปัญหา "หน้ามันเยิ้ม"
ระแวดระวังภัย... โรคจากที่สาธารณะ
ความรู้เรื่องผ้าอนามัย คะ ถ้าใช้ไม่ดีมีสารเคมีเข้าจุดซ่อนเร้นได้นะ
อาหารช่วยลด คอเลสเตอรอล
กินอย่างไรไม่กระทบระบบย่อยอาหาร
หน้าเจ็ดหลังเจ็ด
29 สุดยอดอาหาร คงความอ่อนเยาว์
โรคยอดฮิต ความดันโลหิตสูง และ เบาหวาน
เมนูหลับสบาย คลายเครียด
เป็น " สิว "บอกอะไรได้มากกว่าที่คิด
How do you sleep?
ทุเรียน กินอย่างไรไม่อ้วน แถมเป็นยาถ่ายพยาธิชั้นยอด
brain
นาฬิกาชีวิต
วิธีธรรมชาติขจัดปัญหา ' นกเขาไม่ขัน'
เรื่องดีของ กล้วย
อาหารเสริมกับชีวิตปัจจุบัน
10 ปัญหาคาใจเกี่ยวกับการนอน
นอนแบบไหนหลับสบาย
10 เรื่องจริงของความงาม ที่คุณต้องรู้
ความรู้เล็กๆ เกี่ยวกับ แผลในช่องปาก หรือ ร้อนใน
ข้อควรกระจ่างในการบริจาคเลือด
10 เคล็ดเด็ดรักษาเชพช่ว่งปาร์ตี้ชุก
ฝึกสมองไบรท์ด้วย 9 เทคนิค
ผิวแห้ง คัน ในหน้าหนาว ตัวเลือก
สารอาหารที่ร่างกายต้องการเมื่อมีความเครียด
กินดี อยู่ดี มีประโยชน์ต่อชีวิต
เช็คสุขภาพจิตกันดีกว่า
10 ผลไม้ไทยที่มีสารต้านมะเร็งสูง
10 วิธีหนีร่างกายเสียสมดุล
เพื่อสุขภาพ ตัวเลือก
ผิวแบบไหน...ดูแลอย่างไร
การป้องกันโรคมะเร็ง
วิธีการทดสอบน้ำผึ้งแท้หรือปลอม
อาหารง่ายๆ ที่ช่วยเพิ่มพลังทางเพศ
มารู้จักยาทากันยุงกันดีกว่า
จุดซ่อนเร้น เรื่องลึ้ก! ลึก …แต่ไม่ลับ
ล้างพิษใน 1 วัน..ที่คุณทำเองได้
เตือนห่วงสุขภาพตับ งดกินพาราฯควบกาแฟ
สูตรแก้แฮงค์นำมาฝากสำหรับนักดื่ม
เวลากินยาก่อนหรือหลังอาหารมีความสำคัญเพียงใด
ใครอยากลด....คลอเรสเตอรอล...บ้าง ?
มือ..บอกสุขภาพ
10 พฤติกรรมที่ทำให้สมองฝ่อเร็ว
สมุนไพรรักษาสิว
กลไกของการเกิดสิวนั้นมีด้วยกันหลายอย่าง เช่น อารมณ์ก็ทำให้เกิดสิวได้ เครียดมากก็สิวเห่อ อาหารบางอย่างก็ทำให่มีสิวได้เหมือนกัน เครื่องสำอางค์ยิ่งหนักถ้าใช้แล้วแพ้ ล้างไม่สะอาด ไปอุดรูขุมขน
การดูแลใบหน้าให้สวยเปล่งปลั่งนั้น ทางทีดีเราควรจะเริ่มตั้งแต่การป้องกันค่ะ ไม่ใช่เกิดปัญหาแล้วค่อยมารักษา ซึ่งปัจจุบันนิ้ทั้งสาวน้อยสาวใหญ่ หันมามอบความไว้วางใจให้กับสมุนไพรกันมากขึ้น ด้วยหวังว่ามันจะไม่ทำให้เกิดผลกระทบหรือผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย
สมุนไพรอย่างหนึ่งที่พูดถึงกันมากในสรรพคุณของการรักษาสิวก็คือ ว่านหางจระเข้ ซึ่งเป็นสมุนไพรจำพวกที่ใช้ใบ ภายในจะมีวุ้นใส ๆ และยางเหลือง ๆ ยางสีเหลืองตัวนี้ต้องระวังนะคะเพราะอาจทำให้เกิดอาการแพ้ได้ ถ้าเผลอเอาไปทาจะแสบร้อน บางคนก็จะแพ้เป็นผิวผื่นคัน ซึ่งถ้าหากอยากทราบว่าเราจะแพ้หรือเปล่า ก็ให้นำว่านหางจระเข้ที่ตัดมาใหม่ ๆ ทางบริเวณท้องแขน ทิ้งไว้ประมาณ 3 นาที ถ้ามีอาการคัน แปลว่าผิวเราแพ้ค่ะ
ส่วนใหญ่เราจะเห็นเขานิยมนำว่านหางจระเข้มาทาหน้า แต่ว่านชนิดนี้จะไม่เหมาะกับคนผิวหน้าแห้งนะคะ ถ้านำมาใช้เดี่ยว ๆ จะทำให้ผิวหน้าแห้งลงไปอีก ถ้าจะนำมาใช้ให้ผสมกับน้ำมันมะกอกหรือไข่แดง คนแรง ๆ ให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียวนำมาพอกหน้าทิ้งไว้สักพักแล้วล้างออกผิวหน้าจะใส ชุ่มชื่นค่ะ แต่สำหรับคนที่ผิวมันให้นำว่านที่ตัดใหม่ ๆ ไปแช่น้ำให้ยางสีเหลืองไหลออกหมดก่อนแล้วให้ลอกเอาเฉพาะวุ้นที่อยู่ข้างในมาทาหรือพอกหน้าไว้สักพัก หน้าจะตึง รูขุมขนจะถูกบีบให้เล็กลง ทำให้ความมันบนใบหน้าลดลงได้ค่ะ
ส่วนใครที่เป็นสิวอักเสบ ก็ไม่ควรใช้ว่านหางจระเข้เช่นกันนะคะ เพราะจะทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่าย นอกจากนี้ ใครที่มีความกังวลเรื่องฝ้า การใช้ว่านหางจระเข้แม้จะไม่ใช่การรักษา แต่เป็นการป้องกันที่ดีค่ะ เราสามารถนำมาทาเพื่อป้องกันรังสี UV ได้ ซึ่งเมื่อใช้เป็นประจำก็จะทำให้ปัญหาเรื่องฝ้าลดน้อยลง
นอกจากว่านหางจระเข้แล้ว ยังมีสมุนไพรอื่น ๆ อีกที่เราสามารถนำมาใช้บำรุงผิวหน้าได้ อย่างเช่น หอมแดง เมื่อเรานำมาฝานเป็นแว่น ๆ บาง ๆ นำไปทาบริเวณที่เป็นสิว รอยด่างดำ ทาทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีแล้วล้างออก ใช้เป็นประจำรอยสิวจะหายไปค่ะ
กล้วยหอม ก็มีประโยชน์ต่อผิวพรรณเช่นกัน ถ้าเรานำกล้วยหอม 1 ผล ไปปั่นกันน้ำผึ้ง 1/2 ถ้วย นำมาพอกหน้าไว้ 15-20 นาที แล้วล้างออกจำทำให้หน้าตาผิวพรรณสดใส ส่วน มะนาว นำมาใช้ประโยชน์ในการดูแลใบหน้าได้มากทีเดียวค่ะ เราใช้มะนาวล้างหน้าแทนสบู่หรือโฟมได้ หรืออาจจะใช้ไข่ขาว 1 ช้อนชา ดินสอพอง 2 เม็ดใหญ่ มะนาว 1/2 ลูก น้ำผึ้ง 1 ช้อน น้ำมันมะกอก 1/2 ช้อนชา ผสมให้เข้ากันจะได้ครีมข้นนำมาพอกหน้า พอกตัวประมาณ 20-30 นาที แล้วล้างออก ทำวันเว้นวัน ไม่นานค่ะ ผิวพรรณจะใสนุ่มเนียน
การดูแลใบหน้าให้สวยเปล่งปลั่งนั้น ทางทีดีเราควรจะเริ่มตั้งแต่การป้องกันค่ะ ไม่ใช่เกิดปัญหาแล้วค่อยมารักษา ซึ่งปัจจุบันนิ้ทั้งสาวน้อยสาวใหญ่ หันมามอบความไว้วางใจให้กับสมุนไพรกันมากขึ้น ด้วยหวังว่ามันจะไม่ทำให้เกิดผลกระทบหรือผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย
สมุนไพรอย่างหนึ่งที่พูดถึงกันมากในสรรพคุณของการรักษาสิวก็คือ ว่านหางจระเข้ ซึ่งเป็นสมุนไพรจำพวกที่ใช้ใบ ภายในจะมีวุ้นใส ๆ และยางเหลือง ๆ ยางสีเหลืองตัวนี้ต้องระวังนะคะเพราะอาจทำให้เกิดอาการแพ้ได้ ถ้าเผลอเอาไปทาจะแสบร้อน บางคนก็จะแพ้เป็นผิวผื่นคัน ซึ่งถ้าหากอยากทราบว่าเราจะแพ้หรือเปล่า ก็ให้นำว่านหางจระเข้ที่ตัดมาใหม่ ๆ ทางบริเวณท้องแขน ทิ้งไว้ประมาณ 3 นาที ถ้ามีอาการคัน แปลว่าผิวเราแพ้ค่ะ
ส่วนใหญ่เราจะเห็นเขานิยมนำว่านหางจระเข้มาทาหน้า แต่ว่านชนิดนี้จะไม่เหมาะกับคนผิวหน้าแห้งนะคะ ถ้านำมาใช้เดี่ยว ๆ จะทำให้ผิวหน้าแห้งลงไปอีก ถ้าจะนำมาใช้ให้ผสมกับน้ำมันมะกอกหรือไข่แดง คนแรง ๆ ให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียวนำมาพอกหน้าทิ้งไว้สักพักแล้วล้างออกผิวหน้าจะใส ชุ่มชื่นค่ะ แต่สำหรับคนที่ผิวมันให้นำว่านที่ตัดใหม่ ๆ ไปแช่น้ำให้ยางสีเหลืองไหลออกหมดก่อนแล้วให้ลอกเอาเฉพาะวุ้นที่อยู่ข้างในมาทาหรือพอกหน้าไว้สักพัก หน้าจะตึง รูขุมขนจะถูกบีบให้เล็กลง ทำให้ความมันบนใบหน้าลดลงได้ค่ะ
ส่วนใครที่เป็นสิวอักเสบ ก็ไม่ควรใช้ว่านหางจระเข้เช่นกันนะคะ เพราะจะทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่าย นอกจากนี้ ใครที่มีความกังวลเรื่องฝ้า การใช้ว่านหางจระเข้แม้จะไม่ใช่การรักษา แต่เป็นการป้องกันที่ดีค่ะ เราสามารถนำมาทาเพื่อป้องกันรังสี UV ได้ ซึ่งเมื่อใช้เป็นประจำก็จะทำให้ปัญหาเรื่องฝ้าลดน้อยลง
นอกจากว่านหางจระเข้แล้ว ยังมีสมุนไพรอื่น ๆ อีกที่เราสามารถนำมาใช้บำรุงผิวหน้าได้ อย่างเช่น หอมแดง เมื่อเรานำมาฝานเป็นแว่น ๆ บาง ๆ นำไปทาบริเวณที่เป็นสิว รอยด่างดำ ทาทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีแล้วล้างออก ใช้เป็นประจำรอยสิวจะหายไปค่ะ
กล้วยหอม ก็มีประโยชน์ต่อผิวพรรณเช่นกัน ถ้าเรานำกล้วยหอม 1 ผล ไปปั่นกันน้ำผึ้ง 1/2 ถ้วย นำมาพอกหน้าไว้ 15-20 นาที แล้วล้างออกจำทำให้หน้าตาผิวพรรณสดใส ส่วน มะนาว นำมาใช้ประโยชน์ในการดูแลใบหน้าได้มากทีเดียวค่ะ เราใช้มะนาวล้างหน้าแทนสบู่หรือโฟมได้ หรืออาจจะใช้ไข่ขาว 1 ช้อนชา ดินสอพอง 2 เม็ดใหญ่ มะนาว 1/2 ลูก น้ำผึ้ง 1 ช้อน น้ำมันมะกอก 1/2 ช้อนชา ผสมให้เข้ากันจะได้ครีมข้นนำมาพอกหน้า พอกตัวประมาณ 20-30 นาที แล้วล้างออก ทำวันเว้นวัน ไม่นานค่ะ ผิวพรรณจะใสนุ่มเนียน
ปัญหาสิ่งแวดล้อม
คำว่าสิ่งแวดล้อม ถ้าให้แต่ละคนนึก บางคนก็อาจจะนึกถึงสภาพสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกันออกไป เช่น บางคนอาจจะนึกถึงน้ำในแม่น้ำลำคลองที่เน่าเสีย น้ำขุ่นข้นด้วยโคลนตมและขยะมากมาย จะใช้อาบหรือใช้ดื่มกินเหมือนแต่ก่อนนั้นไม่ได้ บางคนอาจจะบอกว่า ปัจจุบันดินที่ใช้ปลูกพืชนั้นเสียเพาะปลูกพืชก็ไม่เจริญเติบโต บางคนอาจจะนึกถึงอากาศที่หายใจในชุมชนที่แออัด ไม่สดชื่นเหมือนในชนบทในที่ที่มีทุ่งนา ป่า เขาโล่งกว้าง ที่มีผู้คนอยู่กันไม่มากนัก เพราะกลิ่นที่ไม่สดชื่นนั้น มีกลิ่นเหม็นของขยะที่มนุษย์นำมากองสุมกันไว้ และยังมีกลิ่นเหม็นจากควันรถยนต์และจักรยานยนต์ นอกจากนั้นก็มีเขม่าและควันไฟจากปล่องของโรงงานอุตสาหกรรมอีกมากมาย เหล่านี้เป็นสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวเรา
คงยังจำกันได้ถึงน้ำท่วมและลมพายุในภาคใต้ ซึ่งทำให้ผู้คนตลอดจนวัว ควาย สัตว์เลี้ยง ล้มหายตายจากเป็นจำนวนมาก แท่นขุดเจาะน้ำมันในอ่าวไทยพลิกคว่ำ และเรือกสวนไร่นาล่มเสียหาย ครั้น พ.ศ. 2533 น้ำไหลบ่ามาท่วมภาคกลางเป็นเวลานาน ทำลายบ้านเรือน ถนนหนทาง สะพาน และพืชผัก ตลอดจนข้าวปลาอาหาร น้ำมากมายมหาศาลนี้มาจากไหน ทำไมจึงเกิดขึ้นบ่อยครั้ง และลมพายุแรงที่ไม่เคยพบเคยเห็นอีกเล่า หรือเป็นเพราะเราช่วยกันตัดไม้ทำลายป่า และทำให้สิ่งแวดล้อมเป็นพิษคนละไม้คนละมือ คำตอบก็ถือว่า ป่าไม้ที่หายไป และพิษภัยในสิ่งแวดล้อมเริ่มแสดงผล เป็นปัญหาในวงกว้างเกินกว่าที่เคยคิดกันไว้ ไกลจากตัวเราออกไป กระทบต่อเพื่อนบ้าน เพื่อนร่วมโลก แล้วย้อนกลับมากระทบตัวเราด้วยในที่สุด
คงยังจำกันได้ถึงน้ำท่วมและลมพายุในภาคใต้ ซึ่งทำให้ผู้คนตลอดจนวัว ควาย สัตว์เลี้ยง ล้มหายตายจากเป็นจำนวนมาก แท่นขุดเจาะน้ำมันในอ่าวไทยพลิกคว่ำ และเรือกสวนไร่นาล่มเสียหาย ครั้น พ.ศ. 2533 น้ำไหลบ่ามาท่วมภาคกลางเป็นเวลานาน ทำลายบ้านเรือน ถนนหนทาง สะพาน และพืชผัก ตลอดจนข้าวปลาอาหาร น้ำมากมายมหาศาลนี้มาจากไหน ทำไมจึงเกิดขึ้นบ่อยครั้ง และลมพายุแรงที่ไม่เคยพบเคยเห็นอีกเล่า หรือเป็นเพราะเราช่วยกันตัดไม้ทำลายป่า และทำให้สิ่งแวดล้อมเป็นพิษคนละไม้คนละมือ คำตอบก็ถือว่า ป่าไม้ที่หายไป และพิษภัยในสิ่งแวดล้อมเริ่มแสดงผล เป็นปัญหาในวงกว้างเกินกว่าที่เคยคิดกันไว้ ไกลจากตัวเราออกไป กระทบต่อเพื่อนบ้าน เพื่อนร่วมโลก แล้วย้อนกลับมากระทบตัวเราด้วยในที่สุด
เรื่องสั้นๆ (อ่านแล้วรักแม่จัง)
แม่ผู้แก่เฒ่าเดินไม่ได้คนหนึ่ง.....ซึ่งเป็นที่รำคาญใจของลูกชายเหลือเกิน สมัยนั้นยังไม่มีสถานสงเคราะห์คนชรา จึงไม่รู้ว่าจะเอาแม่ไปฝากให้ใครเลี้ยง ชายหนุ่มจึงตัดสินใจพาแม่ตัวเองไปปล่อยในป่าให้อยู่ตาม ..ยถากรรม.. ระหว่างทางที่เดินไปนั้น ผู้เป็นแม่ไม่พูดจา ไม่วอนขอ และ ไม่ถามอะไรได้แต่หักกิ่งไม้ตามทางไปเรื่อย ......
พอเข้าป่าลึก ลูกชายก็วางแม่ลงบนโขดหิน แล้วเดินหันหลังกลับไป.................
ขณะนั้นเองเสีงของผู้เป็นแม่ตะโกนตามหลังลูกชายไปว่า .......
" ลูกเอ๋ย " เดินตามทางที่แม่หักกิ่งไม่ไว้น๊ะ !! จะได้ไม่หลงทาง
T_T แง ๆ ๆ...................
พอเข้าป่าลึก ลูกชายก็วางแม่ลงบนโขดหิน แล้วเดินหันหลังกลับไป.................
ขณะนั้นเองเสีงของผู้เป็นแม่ตะโกนตามหลังลูกชายไปว่า .......
" ลูกเอ๋ย " เดินตามทางที่แม่หักกิ่งไม่ไว้น๊ะ !! จะได้ไม่หลงทาง
T_T แง ๆ ๆ...................
ความรักของชายแก่
| เมื่อตอนอายุ 5 ปี .. ฉันบอกว่า..ฉันรักเธอ เธอเอียงคอน้อยๆ .. กระพริบตา-อันกลมโตของเธอ .. แล้วถามฉันว่า … “หมายความว่า..อะไรหรือ?” ----------------- เมื่อตอนอายุ 15 ปี ฉันบอกว่า...ฉันรักเธอ เธอหน้าแดงก่ำ ..ก้มหน้า-เล่นชายเสื้อเธอเอง รู้สึกว่า..เธอกำลังยิ้มอยู่ ----------------- เมื่อตอนอายุ 20 ปี ฉันบอกว่า..ฉันรักเธอ เธอซบลงบนไหล่ฉัน ..กอดแขนฉันไว้แน่น ราวกับกลัวว่า...ฉันจะหายจากไป..ต่อหน้าเธอ ----------------- เมื่อตอนอายุ 25 ปี ฉันบอกว่า...ฉันรักเธอ เธอวางอาหารเช้าไว้บนโต๊ะ .. แล้วเดินมาดึงจมูกฉัน...พร้อมกับพูดว่า... “รู้แล้ว! ตื่นขึ้นมาได้แล้ว ..จะนอนไปถึงไหน?” ----------------- เมื่อตอนอายุ 30 ปี ฉันบอกว่า..ฉันรักเธอ เธอหัวเราะ..แล้วพูดว่า “ถ้าเธอรักฉันจริงๆ ..เลิกงานแล้ว..ก็อย่าเถลไถลไปที่อื่นสิ แล้วก็..อย่าลืมซื้อกับข้าวมานะ!” ----------------- เมื่อตอนอายุ 40 ปี ฉันบอกว่า..ฉันรักเธอ เธอเก็บจานชามบนโต๊ะไปล้าง...พร้อมกับพูดว่า “รู้แล้ว.. รู้แล้ว...รีบๆไปสอนการบ้านให้ลูกไป!” ----------------- เมื่อตอนอายุ 50 ปี ฉันบอกว่า..ฉันรักเธอ เธอนั่งถักเสื้ออยู่ ..แล้วพูดกับฉัน..โดยที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมา “จริงหรือ? ในใจเธอ..ไม่ใช่คิดอยากจะให้ฉันตายเร็วๆรึไง?” แล้ว..เธอก็หัวเราะ? ----------------- เมื่อตอนอายุ 60 ปี ฉันบอกว่า..ฉันรักเธอ เธอหัวเราะ-พลางทุบไหล่ฉัน “ตาบ้า! ลูกๆก็โตกันหมดแล้ว.. ยังจะมาทำปากหวานอีก!” ----------------- เมื่อตอนอายุ 70 ปี เรา..นั่งอยู่บนเก้าอี้ยาว ..ทบทวนจดหมายรัก... ที่ฉันเขียนให้เธอ...เมื่อ 50 ปีก่อน..ด้วยกัน มืออันเหี่ยวย่น-ของเราสองคน..ก็จับกันไว้ตลอด เมื่อฉันบอกว่า..ฉันรักเธอ เธอมองหน้าฉัน-แล้วยิ้มให้ ถึงแม้ใบหน้าเธอ..จะเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่น แต่..เธอก็คงยังแลดูสวยงาม..เสมอ ----------------- เมื่อตอนอายุ 80 ปี เธอบอกว่า..เธอรักฉัน แต่..ฉันไม่ได้พูดอะไร-สักคำ เพราะว่า..ฉันร้องไห้ออกมา นี่..เป็นวันที่ฉันมีความสุข..มากที่สุดในชีวิต เพราะว่า.. ในที่สุด..เธอก็ยอมพูดออกมาว่า.. “ฉัน รัก เธอ” ------------------- วันนี้คุณบอกรักใครแล้วหรือยัง???? |
บทความ ความรัก แค่...ความผูกพัน
วันนี้ เราอาจรู้สึกผูกพันต่อสิ่งหนึ่ง จนคิดว่าเราขาดไม่ได้...
แต่เวลาจะทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไป
สักวันเราจะรู้ว่า สิ่งที่เราผูกพันในวันนี้
เป็นแค่ส่วนหนึ่งที่เติมชีวิตเรา ไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต
วันหนึ่ง หากเรามีโอกาสได้เจอสิ่งที่ถูกใจสิ่งใหม่ที่เราคิดว่าเราพึงใจ..ปรารถนา..ต้องการ..ขาดไม่ได้
เราก็จะเริ่มผูกพันกับสิ่งใหม่ได้ในเวลาไม่นานนัก
เวลา.. จะสอนเราเองว่า ความผูกพันกับสิ่งใดๆในช่วงเวลาหนึ่ง
จะเป็นความสุขในช่วงเวลานั้นๆ
อย่าได้ไปยึดติด อย่าได้ไปใช้ชีวิตทั้งชีวิตลุ่มหลง
คิดเสียว่าเราโชคดีที่มีโอกาสได้ผูกพันกับสิ่งที่เรารัก
ความผูกพันก็เหมือนกับความรัก หรืออาจจะเป็นผลพวงที่มาจากความรัก หากเรารักใครคนใดคนหนึ่งมาก เราก็จะรู้สึกว่าผูกพันมาก
แต่ความผูกพันที่ว่า ไม่ได้หมายถึงการหยุดตัวเองไว้กับสิ่งนั้นๆ
เพราะคนเราทุกคนย่อมผูกพันกับหลายๆสิ่ง
เปรียบเสมือน เรามีแก้วนำอยู่หนึ่งใบ
ในยามเช้า...เราอาจต้องใช้แก้วใบนี้ดื่มนม
พออากาศร้อนหน่อย...เราอาจต้องการน้ำเย็นๆ
บางครั้งที่เราไม่สบาย...เราอาจต้องการน้ำอุ่น
ใจเราก็เหมือนกับแก้วน้ำ...
ต้องเติมสิ่งต่างๆ ในเวลาที่แตกต่างกัน ตามความเหมาะสม
หากเราเติมน้ำเย็นลงไปในแก้วน้ำ
แล้วเติมน้ำร้อนลงไปในทันที ในแก้วใบเดียวกัน
แก้วใบนั้น..ก็จะร้าว..เริ่มแตก ซึ่งก็เหมือนกับใจเรา...
ความผูกพันต่อสิ่งหนึ่งสิ่งใดในช่วงเวลาหนึ่งนั้น..ไม่ผิด
ถ้าเราค่อยๆปรับใจ..ปรับตัวของเราเอง..
ให้กลับคืนในเวลาที่ควร เพราะอย่างน้อยที่สุด..เราก็มีโอกาสได้ผูกพัน
ซึ่งก็เหมือนเรามีโอกาสได้รักนั่นเอง
ถ้าคุณมีความสุขที่เห็นเค้าเดินกับคนอื่น... คือ ความรัก
ถ้าคุณเศร้า..เหงา..คิดถึงเค้า..อยากเจอ..อยากพูดคุย... คือ ความรัก
ถ้าคุณร้อนรนที่เค้าอยู่กับใครๆที่ไม่ใช่คุณ... คือ ความใคร่
อยากเก็บไว้เป็นเจ้าของคนเดียว
ถ้าคุณเมามาย..เค้าลูบหลังไหล่..ดูแล... คือ ความรักที่บริสุทธิ์ใจ
ถ้าคุณเมามาย..เค้ากอดและสัมผัสร่างกาย... คือ ความใคร่จากเค้าของคุณ
ถ้าคุณเข้าหา.. แต่เค้าหนี... ... คือ ความใคร่ ที่หมดเยื่อใยแล้ว
ถ้าคุณหนี.. แต่เขาวิ่งตามมา... ... คือ ความรัก ที่ยังไม่มีจุดจบ
ถ้าคุณร้องไห้ให้กับคนที่ไม่มีเยื่อใยในตัวคุณ...
คุณคือ คนโง่ และบ้า อย่างน่าอาย
แต่ถ้าคุณพอใจ..จงรัก..และมอบความรักให้กับเค้า...
แม้มันจะไม่กลับมาหาคุณก็ตาม
จงดีใจที่ได้รักซะวันนี้.. ดีกว่าที่จะมานั่งเสียใจในวันหน้า
จงภูมิใจที่มีความใคร่.. เสน่หา
เพราะมันจะไม่ย้อนกลับมาหาอีกต่อไป...
แต่เวลาจะทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไป
สักวันเราจะรู้ว่า สิ่งที่เราผูกพันในวันนี้
เป็นแค่ส่วนหนึ่งที่เติมชีวิตเรา ไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต
วันหนึ่ง หากเรามีโอกาสได้เจอสิ่งที่ถูกใจสิ่งใหม่ที่เราคิดว่าเราพึงใจ..ปรารถนา..ต้องการ..ขาดไม่ได้
เราก็จะเริ่มผูกพันกับสิ่งใหม่ได้ในเวลาไม่นานนัก
เวลา.. จะสอนเราเองว่า ความผูกพันกับสิ่งใดๆในช่วงเวลาหนึ่ง
จะเป็นความสุขในช่วงเวลานั้นๆ
อย่าได้ไปยึดติด อย่าได้ไปใช้ชีวิตทั้งชีวิตลุ่มหลง
คิดเสียว่าเราโชคดีที่มีโอกาสได้ผูกพันกับสิ่งที่เรารัก
ความผูกพันก็เหมือนกับความรัก หรืออาจจะเป็นผลพวงที่มาจากความรัก หากเรารักใครคนใดคนหนึ่งมาก เราก็จะรู้สึกว่าผูกพันมาก
แต่ความผูกพันที่ว่า ไม่ได้หมายถึงการหยุดตัวเองไว้กับสิ่งนั้นๆ
เพราะคนเราทุกคนย่อมผูกพันกับหลายๆสิ่ง
เปรียบเสมือน เรามีแก้วนำอยู่หนึ่งใบ
ในยามเช้า...เราอาจต้องใช้แก้วใบนี้ดื่มนม
พออากาศร้อนหน่อย...เราอาจต้องการน้ำเย็นๆ
บางครั้งที่เราไม่สบาย...เราอาจต้องการน้ำอุ่น
ใจเราก็เหมือนกับแก้วน้ำ...
ต้องเติมสิ่งต่างๆ ในเวลาที่แตกต่างกัน ตามความเหมาะสม
หากเราเติมน้ำเย็นลงไปในแก้วน้ำ
แล้วเติมน้ำร้อนลงไปในทันที ในแก้วใบเดียวกัน
แก้วใบนั้น..ก็จะร้าว..เริ่มแตก ซึ่งก็เหมือนกับใจเรา...
ความผูกพันต่อสิ่งหนึ่งสิ่งใดในช่วงเวลาหนึ่งนั้น..ไม่ผิด
ถ้าเราค่อยๆปรับใจ..ปรับตัวของเราเอง..
ให้กลับคืนในเวลาที่ควร เพราะอย่างน้อยที่สุด..เราก็มีโอกาสได้ผูกพัน
ซึ่งก็เหมือนเรามีโอกาสได้รักนั่นเอง
ถ้าคุณมีความสุขที่เห็นเค้าเดินกับคนอื่น... คือ ความรัก
ถ้าคุณเศร้า..เหงา..คิดถึงเค้า..อยากเจอ..อยากพูดคุย... คือ ความรัก
ถ้าคุณร้อนรนที่เค้าอยู่กับใครๆที่ไม่ใช่คุณ... คือ ความใคร่
อยากเก็บไว้เป็นเจ้าของคนเดียว
ถ้าคุณเมามาย..เค้าลูบหลังไหล่..ดูแล... คือ ความรักที่บริสุทธิ์ใจ
ถ้าคุณเมามาย..เค้ากอดและสัมผัสร่างกาย... คือ ความใคร่จากเค้าของคุณ
ถ้าคุณเข้าหา.. แต่เค้าหนี... ... คือ ความใคร่ ที่หมดเยื่อใยแล้ว
ถ้าคุณหนี.. แต่เขาวิ่งตามมา... ... คือ ความรัก ที่ยังไม่มีจุดจบ
ถ้าคุณร้องไห้ให้กับคนที่ไม่มีเยื่อใยในตัวคุณ...
คุณคือ คนโง่ และบ้า อย่างน่าอาย
แต่ถ้าคุณพอใจ..จงรัก..และมอบความรักให้กับเค้า...
แม้มันจะไม่กลับมาหาคุณก็ตาม
จงดีใจที่ได้รักซะวันนี้.. ดีกว่าที่จะมานั่งเสียใจในวันหน้า
จงภูมิใจที่มีความใคร่.. เสน่หา
เพราะมันจะไม่ย้อนกลับมาหาอีกต่อไป...
เศรษฐกิจพอเพียง
เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาที่ชี้แนวทางการดำรงชีวิต ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระราชดำรัสแก่ชาวไทยนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2517 เป็นต้นมา และถูกพูดถึงอย่างชัดเจนในวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2540 เพื่อเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศไทย ให้สามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในกระแสโลกาภิวัตน์และความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ
เศรษฐกิจพอเพียงมีบทบาทต่อการกำหนดอุดมการณ์การพัฒนาของประเทศ โดยปัญญาชนในสังคมไทยหลายท่านได้ร่วมแสดงความคิดเห็น อย่างเช่น ศ.นพ.ประเวศ วะสี, ศ.เสน่ห์ จามริก, ศ.อภิชัย พันธเสน, และศ.ฉัตรทิพย์ นาถสุภา โดยเชื่อมโยงแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงเข้ากับวัฒนธรรมชุมชน ซึ่งเคยถูกเสนอมาก่อนหน้าโดยองค์กรพัฒนาเอกชนจำนวนหนึ่งนับตั้งแต่พุทธทศวรรษ 2520 และได้ช่วยให้แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในสังคมไทย
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิในทางเศรษฐกิจและสาขาอื่น ๆ มาร่วมกันประมวลและกลั่นกรองพระราชดำรัสเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อบรรจุในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 9 และได้จัดทำเป็นบทความเรื่อง "ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง" และได้นำความกราบบังคลทูลพระกรุณาขอพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัย เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2542 โดยทรงพระกรุณาปรับปรุงแก้ไขพระราชทานและทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้นำบทความที่ทรงแก้ไขแล้วไปเผยแพร่ เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนประชาชนโดยทั่วไป เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2542
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนี้ได้รับการเชิดชูเป็นอย่างสูงจากองค์การสหประชาชาติ ว่าเป็นปรัชญาที่มีประโยชน์ต่อประเทศไทยและนานาประเทศ และสนับสนุนให้ประเทศสมาชิกยึดเป็นแนวทางสู่การพัฒนาแบบยั่งยืน โดยมีนักวิชาการและนักเศรษฐศาสตร์หลายคนเห็นด้วยกับแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง แต่ในขณะเดียวกัน บางสื่อได้มีการตั้งคำถามถึงการยกย่องขององค์การสหประชาชาติ รวมทั้งความน่าเชื่อถือของรายงานศึกษาและท่าทีขององค์การ
เศรษฐกิจพอเพียงมีบทบาทต่อการกำหนดอุดมการณ์การพัฒนาของประเทศ โดยปัญญาชนในสังคมไทยหลายท่านได้ร่วมแสดงความคิดเห็น อย่างเช่น ศ.นพ.ประเวศ วะสี, ศ.เสน่ห์ จามริก, ศ.อภิชัย พันธเสน, และศ.ฉัตรทิพย์ นาถสุภา โดยเชื่อมโยงแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงเข้ากับวัฒนธรรมชุมชน ซึ่งเคยถูกเสนอมาก่อนหน้าโดยองค์กรพัฒนาเอกชนจำนวนหนึ่งนับตั้งแต่พุทธทศวรรษ 2520 และได้ช่วยให้แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในสังคมไทย
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิในทางเศรษฐกิจและสาขาอื่น ๆ มาร่วมกันประมวลและกลั่นกรองพระราชดำรัสเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อบรรจุในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 9 และได้จัดทำเป็นบทความเรื่อง "ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง" และได้นำความกราบบังคลทูลพระกรุณาขอพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัย เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2542 โดยทรงพระกรุณาปรับปรุงแก้ไขพระราชทานและทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้นำบทความที่ทรงแก้ไขแล้วไปเผยแพร่ เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนประชาชนโดยทั่วไป เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2542
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนี้ได้รับการเชิดชูเป็นอย่างสูงจากองค์การสหประชาชาติ ว่าเป็นปรัชญาที่มีประโยชน์ต่อประเทศไทยและนานาประเทศ และสนับสนุนให้ประเทศสมาชิกยึดเป็นแนวทางสู่การพัฒนาแบบยั่งยืน โดยมีนักวิชาการและนักเศรษฐศาสตร์หลายคนเห็นด้วยกับแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง แต่ในขณะเดียวกัน บางสื่อได้มีการตั้งคำถามถึงการยกย่องขององค์การสหประชาชาติ รวมทั้งความน่าเชื่อถือของรายงานศึกษาและท่าทีขององค์การ
ทำมัยการศึกษาไทยไร้คุณภาพ
| ที่ผมคิดว่าการศึกษาไทยไรคุณภาพก็เราะว่า ครูครับ อย่าแรกที่ผเจอ ก็คือว่าผมมีโอกาศได้อ่านหนังสือพระพยอม มีอยู่หัวข้อหนึ่ง ผมจำชื่อเรื่องไม่ได้แต่จำข้างในได้ พระพยอมท่านเล่าว่า ครอบครัวหนึ่งมีลูก5คน คนแรกหัวดีมาก ให้เป็นหมอ คนที่สองหัวดี ให้เป็นวิศวะ คนที่สามหัวพอใช้ ให้เป็นจิตรกร คนที่สีหัวอ่อน ให้เป็นครู คนที่ห้าโง่ ให้ไปบวช ลองสังเกตุดูว่าคนส่วนมากจะให้เรียนอาชีพที่มีแต่เงินดีๆ แล้ววันนี้ผมฟังเรื่องเล่าจากอาจารย์ อาจารเล่าว่า ที่ต่างประเทศใครๆก็อยากจะเป็นครูเพราะรายได้พอๆกับหมอ แค่อาจารสอนเด็กประถมชั่วโมงนึงตก4000-10000บาท แล้วแต่วิชา ส่วนตามมหาลัยจะได้มากกว่า ผมลองย้อนกลับมาคิดดูอาจเป็นเพราะว่าบ้านเค้าอาจคาครองชีพสูง ค่าจ้างครูเลยเยอะตาม อ้อลืมบอกไปครับที่เงินเดือน รัฐบาลให้เงินพอๆกับเอกชน ลองกลับมาดูที่บ้านเราครูเงินเดือนแรกเข้าแค่ 8000 -10000บาท และต้องอยู่นานๆมากต้องทำผลงานให้ดีเงินเดือน ถึงจะเข้า29000+ ซึ่งผมคิดว่าน้อยมาก(แม่ผมเป็นครูมา25ปี) และจากข้างบนครูมีคุณภาพน้อยมากเพราะไม่มีใครเค้าอยากเป็นครู เพราะพวก วิศวะกร และ หมอ เงินเดือนแรกเข้า เกือบ100000บาท ลองเทียบดูแล้วราวๆฟ้ากับดิน แล้วคนที่จะมาเป็นครูส่วนมากเป็นพวกคนที่ไม่ค่อยมีเงินหัวค่อนข้างปานกลาง เข้าได้แค่วิทยาลัยราชภัทร ซึ่งเป็นมหาลัยของรัฐบาล เช่นมหาลัยรามคำแหง ซึ่งสามารถเข้าและจบปริญญาตรีได้ง่ายๆแค่ทำงานส่งให้ครบ แต่ถ้าคนที่เข้ามหาลัยดังๆได้คนที่จะมาเป็นครูน้อยมากถ้าใจไม่รักจริง หรือเป็นแค่ทางเลือกสุดท้ายก็คงไม่มีทางจะสิ้นคิดมาเป็นครู แต่ถ้าเป็นครูส่วนมากจะเข้าประจำมหาลัยดังๆซึ่งรายได้คิดเป็นชั่วโมง ผมคิดว่ารัฐบาลน่าจะให้ความสำคัญกับอาชีพครูมากกว่าหลักสูตรการศึกษา (จะไหวหรอแค่ตัวรัฐบาลเองยังไม่รอดเลย) แม่ผมเล่าให้ฟังว่า ปีหน้าจะมีหลักสูตรบังคับจากเดิมบังคับหลักสูตรจบแค่ ม.3 เปลี่ยนเป็น ม.6 ลองคิดดูนะครับว่า โรงเรียน ส.ป.ร. (ขอให้ตัวย่อ) ที่ผมเรียนอยู่จบ ม.6แค่ ไม่เกิน150คน แล้วถ้าเป็นหลักสูตรบังคับเด็กจะจบมากขึ้นแต่ก็จะไม่มีคุณภาพ เพราะคนที่ไม่อยากเรียนมาบังคับให้เรียนเรียนให้ตายก็ไม่รอด ผมอยากจะเสนอกับรัฐบาล แต่ก็ไม่กล้า ^ ^ |
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)
